การตั้งค่าคอร์สและคลาส¶
คอร์สใช้กับทุกอย่างที่คุณจัดเป็นตารางประจำให้กับกลุ่มผู้เรียน เช่น คลาสฟิตเนส โยคะ มวยไทย เต้น สถาบันสอนเด็ก เวิร์กช็อป และหลักสูตรฝึกอบรม
แนวคิดสำคัญคือ คอร์สก็คือบริการ (Service) อย่างหนึ่ง คอร์สทำงานบนระบบจองเดียวกับทุกสิ่งที่คุณขาย จึงได้รับคุณสมบัติของสาขา พนักงาน ความจุ ราคา การชำระเงิน การแจ้งเตือน LINE คะแนนสะสม บัตรสะสมแต้ม และแพ็กเกจแบบจ่ายล่วงหน้ามาโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องตั้งค่าซ้ำสองรอบ คุณจึงได้ทั้งตารางคลาสและระบบจองที่สมบูรณ์ในคราวเดียว
เส้นทางการนำทาง:
Booking Types → Courses & Classes
1. ข้อมูลพื้นฐานของคอร์ส¶
เริ่มจากรายละเอียดเดียวกับบริการทั่วไป:
- ชื่อคอร์ส และ คำอธิบาย
- รูปภาพ — สิ่งที่ลูกค้าเห็นในแอปจอง
- ราคา, ระยะเวลา และ ความจุ
- สาขา — เปิดคอร์สเดียวกันได้หลายสาขา
- พนักงาน — กำหนดว่าผู้สอนคนใดสอนคอร์สนี้ได้
- สถานะ — ตั้งเป็น Active เพื่อให้ลูกค้าเห็นและจองได้
2. สร้างตารางเรียนรายสัปดาห์¶
คอร์สใช้ตารางแบบซ้ำรายสัปดาห์:
- วันในสัปดาห์ ที่คอร์สจัดขึ้น
- ช่วงเวลาในแต่ละวัน — เพิ่มได้ไม่จำกัด (เช่น จันทร์ 07:00, 12:00 และ 18:30)
- ความจุแยกตามรอบ — แต่ละรอบรับจำนวนคนต่างกันได้
- ผู้สอนแยกตามรอบ — กำหนดพนักงานคนละคนในแต่ละรอบได้
- วันเริ่มต้น และ วันสิ้นสุด (ไม่บังคับ) เพื่อกำหนดระยะเวลาของเทอม
เมื่อบันทึกแล้ว ระบบจะสร้างรอบเรียนทั้งหมดตลอดเทอมให้อัตโนมัติ
3. เลือกวิธีที่ลูกค้าจอง¶
รูปแบบการจอง
- จองทีละรอบ (Single slot) — ลูกค้าจองครั้งละหนึ่งรอบ
- จองหลายรอบพร้อมกัน (Multi-time-slot) (ตัวเลือกเสริม) — ลูกค้าเลือกหลายรอบในครั้งเดียว เหมาะกับการสมัครเรียนประจำรายสัปดาห์ เปิดใช้เป็นรายคอร์ส ค่าเริ่มต้นคือจองทีละรอบ
การตั้งค่าคอร์ส
| การตั้งค่า | ความหมาย |
|---|---|
| ต้องมีแพ็กเกจจึงจะจองได้ | ปิด = ใครก็จองได้ / เปิด = ลูกค้าต้องมียอดคงเหลือแบบจ่ายล่วงหน้าของคอร์สนี้ |
| ปิดรอบอัตโนมัติหลังคลาสจบ | ระบบบันทึกว่ารอบเรียนเสร็จสมบูรณ์ให้เอง โดยพนักงานไม่ต้องกด |
| อนุญาตให้จองนาทีสุดท้ายและระหว่างคลาส | ลูกค้าจองได้จนถึงและระหว่างที่คลาสกำลังดำเนินอยู่ โดยข้ามกำหนดปิดรับจองปกติ ออกแบบมาเพื่อคลาสแบบ drop-in |
| เปิดการชำระเงิน | รับชำระเงินออนไลน์ตอนจอง |
บริการเสริม (Add-ons) — รายการเสริมแบบมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการจอง (เช่า อุปกรณ์ ผ้าเช็ดตัว วอร์มอัพส่วนตัว) โดยแต่ละรายการมีราคาและรูปภาพของตัวเอง
4. สามรูปแบบการเปิดคอร์ส¶
นี่คือการตัดสินใจที่กำหนดทุกอย่างที่เหลือ และระบบรองรับครบทั้งสามแบบ:
| รูปแบบ | การตั้งค่า | ประสบการณ์ของลูกค้า |
|---|---|---|
| จองแบบเปิด | ปิด "ต้องมีแพ็กเกจ" ราคา 0 หรือจ่ายรายรอบ | ใครก็จองรอบไหนก็ได้ ดูแลง่ายที่สุด |
| เครดิตจ่ายล่วงหน้า | เปิด "ต้องมีแพ็กเกจ" | ลูกค้าซื้อ (หรือได้รับ) แพ็กเกจจำนวนครั้ง แล้วจองตัดจากยอดนั้น เมื่อหมดจะจองไม่ได้ |
| แบบสมาชิก | เปิด "ต้องมีแพ็กเกจ" ร่วมกับแพ็กเกจไม่จำกัดครั้ง | ลูกค้าถือแพ็กเกจไม่จำกัดครั้งที่มีอายุตามกำหนด และจองได้อิสระจนกว่าจะหมดอายุ |
ในกรณีที่กำหนดให้ต้องมีแพ็กเกจ ระบบจะค้นหายอดคงเหลือที่ใช้ได้ของลูกค้าให้อัตโนมัติตอนจอง — ลูกค้าไม่ต้องเลือกเองว่าจะใช้แพ็กเกจใบไหน — และจะปฏิเสธการจองพร้อมข้อความชัดเจนหากไม่มียอดเหลือ
ดูรายละเอียดยอดคงเหลือ วันหมดอายุ และการเติมได้ที่แพ็กเกจบริการ
5. การจัดการตารางในแต่ละวัน¶
ตารางจริงย่อมมีการเปลี่ยนแปลง และคอร์สรองรับได้โดยไม่ทำลายรูปแบบหลัก:
- เพิ่มรอบพิเศษ — แทรกคลาสเพิ่มเฉพาะกิจในวันใดก็ได้ พร้อมกำหนดเวลา ความจุ และผู้สอนของรอบนั้น
- ยกเลิกรอบ — ยกเลิกเฉพาะรอบเดียวหรือทั้งวัน โดยรูปแบบรายสัปดาห์ยังคงเดินต่อ
- มุมมองปฏิทิน — เห็นทุกรอบที่ระบบสร้างตลอดเทอมในที่เดียว
- รายการรอบเรียน — พร้อมความจุและจำนวนที่จองแล้ว
การเพิ่มหรือยกเลิกรอบเฉพาะกิจไม่เคยเขียนทับรูปแบบรายสัปดาห์ คุณจึงเห็นเสมอว่าตารางปกติของคอร์สเป็นอย่างไร
6. ผู้เข้าเรียนและการเช็คชื่อ¶
รายชื่อผู้เข้าเรียนรายรอบ แสดงว่าใครลงทะเบียนรอบนั้น สถานะเป็นอย่างไร เช็คอินแล้วหรือยัง และแต่ละคนเข้าเรียนไปแล้วกี่รอบ
มุมมองระดับคอร์ส แสดงยอดผู้ลงทะเบียน ผู้ที่ยังเรียนอยู่ และจำนวนการเข้าเรียนรวมทั้งคอร์ส ทำให้ประเมินความสม่ำเสมอได้ในภาพรวม ไม่ต้องไล่ดูทีละรอบ
เช็คอินด้วย QR¶
ทุกคอร์สมี QR สำหรับเช็คอินที่พิมพ์ได้ เป็นของตัวเอง ผูกกับบัญชี LINE ของคุณ:
- พิมพ์ครั้งเดียวแล้วติดไว้หน้าประตูสตูดิโอ
- ลูกค้าสแกนผ่าน LINE เมื่อมาถึง
- ระบบตรวจว่ารอบใดกำลังเรียนอยู่ ณ ขณะนั้น ค้นหาการจองของลูกค้าคนนั้นในรอบดังกล่าว แล้วบันทึกการเข้าเรียนให้
ช่วงเวลาเช็คอินเปิด 30 นาทีก่อนรอบเริ่ม และปิดเมื่อรอบสิ้นสุด ผู้ที่มาสายยังเช็คอินได้เพราะช่วงเวลาเปิดตลอดคลาส แต่จะไม่มีใครบันทึกการเข้าเรียนของคลาสที่จบไปแล้วได้
หากมีคนสแกนโดยไม่มีการจองในรอบที่กำลังเรียน แอปจะแจ้งให้ทราบและสามารถเสนอให้ลงทะเบียนทันทีได้ เปลี่ยนลูกค้า walk-in ให้กลายเป็นการจองแทนที่จะจบลงเฉยๆ
7. การขายแพ็กเกจคอร์ส¶
คอร์สและแพ็กเกจจ่ายล่วงหน้าออกแบบมาให้ทำงานร่วมกัน:
- สร้างแพ็กเกจจำนวนครั้งสำหรับคอร์ส เช่น "บัตร 10 คลาส ใช้ได้ 90 วัน"
- ลูกค้าซื้อเองใน LINE หรือแอดมินมอบให้โดยตรงจากหน้าคอร์ส
- ยอดคงเหลือถูกหักอัตโนมัติเมื่อจอง และคืนอัตโนมัติเมื่อยกเลิกการจอง
- เมื่อเปิด "ต้องมีแพ็กเกจ" จะมีแท็บ Purchase History ปรากฏบนคอร์ส แสดงทุกแพ็กเกจที่ขายไปและใครถืออยู่บ้าง
8. ลูกค้าเห็นอะไรบ้าง¶
คอร์สปรากฏในแอปจองบน LINE เดียวกับทุกอย่าง:
- เลือกดูคอร์ส ดูตาราง และเลือกรอบ
- จองรอบเดียวหรือหลายรอบพร้อมกัน
- ชำระเงินออนไลน์ในกรณีที่เปิดใช้ หรือจองตัดจากแพ็กเกจโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
- ข้อความยืนยันและแจ้งเตือนทาง LINE
- รอบที่กำลังจะถึงและที่ผ่านมาในประวัติการจอง
- สแกน QR หน้าประตูเพื่อเช็คอิน
- ดูจำนวนครั้งคงเหลือและวันหมดอายุได้ตลอดเวลา
9. สิ่งที่คอร์สได้รับมาโดยอัตโนมัติ¶
เพราะคอร์สคือบริการ จึงได้รับสิ่งเหล่านี้ทันที:
- รองรับหลายสาขา และ กำหนดพนักงานรายรอบ โดยเคารพตารางว่างของพนักงาน
- การชำระเงินออนไลน์ — โอนธนาคาร จ่ายที่ร้าน PromptPay QR และบัตรเครดิต
- ข้อความ LINE — ยืนยันการจอง แจ้งเตือน และการยกเลิก
- คะแนนสะสม จากรอบที่เรียนจบ และบัตรสะสมแต้มของคอร์สเอง ("เรียน 10 ครั้ง ครั้งที่ 11 ฟรี")
- แพ็กเกจจ่ายล่วงหน้า
- รายงาน ผ่านแดชบอร์ดเดียวกับการจองอื่นๆ
รายการตรวจสอบสรุป
- กรอกชื่อ คำอธิบาย รูปภาพ ราคา และความจุแล้ว
- กำหนดสาขาและผู้สอนแล้ว
- กำหนดวันและช่วงเวลารายสัปดาห์พร้อมความจุแต่ละรอบแล้ว
- ตั้งวันเริ่มต้น (และวันสิ้นสุด) แล้ว
- เลือกรูปแบบการจอง (ทีละรอบ หรือหลายรอบ) แล้ว
- ตัดสินใจเรื่องการบังคับใช้แพ็กเกจ การปิดรอบอัตโนมัติ และการจองนาทีสุดท้ายแล้ว
- เปิดการชำระเงินแล้วหากขายออนไลน์
- พิมพ์ QR เช็คอินไปติดหน้าประตูแล้ว
- ตั้งสถานะเป็น Active แล้ว